ไขความลับ!! การศึกษาฟินแลนด์

8140 VIEWS | 5 MINS READ Friday 02 / 02 / 2018


     ทำไมฟินแลนด์ถึงมีการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก !? เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินกันมาบ้าง เป็นคำถามที่แม้แต่สหรัฐฯเองก็ยังสงสัยถึงขั้นต้องไปศึกษาต้นแบบการศึกษาของฟินแลนด์ ว่ามีการเรียนการสอนอย่างไร และทำอย่างไรให้ถึงจะทำได้หรือดีกว่าฟินแลนด์

     เช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่ประสบปัญหาเรื่องการศึกษาไม่ใช่น้อย จากอัตราว่างงานที่มากกว่า 100,000 คนและยังมีแนวโน้มจะมากขึ้นไปทุกปี โดยเฉพาะนักศึกษาจบปริญญาตรีจบใหม่จำนวนมากที่ตกงาน จนทำให้ต้องย้อนกลับมาถามว่าแล้วที่ฟินแลนด์มีดีอะไรทำไมการศึกษาถึงดีที่สุดในโลกกันนะ

  

     “ไม่มีการบ้าน” (No Homework) ใช่แล้วครับทุกคนอ่านไม่ผิดหรอก เพราะการไม่มีการบ้านนี่แหละที่ทำให้ นักเรียนในฟินแลนด์เป็นนักเรียนที่มีคุณภาพที่สุดในโลกเรื่องราวนี้เริ่มต้นในปี 1960s ช่วงที่มีการทดสอบวัดระดับการศึกษาโลก ที่ประเทศฟินแลนด์ในตอนนั้นแทบจะอยู่อันดับท้าย ของโลก จนฟินแลนด์ถึงกับรับไม่ได้ จึงได้ลองอยู่หลายไอเดียจนขึ้นเป็นอั นดับ 1 ในเรื่องการศึกษา ทิ้งให้ประเทศสหรัฐฯตกอันดับไปอยู่ที่ 29 ในปี 2000s 

     กระทรวงศึกษาของฟินแลนด์เผยว่า การให้การบ้านเยอะ กลับเป็นการปิดกั้นการเรียนรู้ และมองว่าเด็ก ควรมีเวลาวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ได้ใช้ชีวิตความเป็นเด็กอย่างเต็มที่ เช่น การออกไปวิ่งเล่นไปพบเจอกับอะไรสักอย่างจนเกิดความสงสัย และกลับมาเล่าให้ครูฟัง ก็เป็นเรื่องที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ตัวเอง หรือพูดง่าย คือ การบ้านของนักเรียนที่ฟินแลนด์ คือการออกไปเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่ตัวเองได้พบเจอนั่นเอง ในความเป็นจริงก็ใช่ว่าไม่มีการบ้านเลยซะทีเดียวหรอกครับ มีนะการบ้านแต่มีน้อยมากเท่านั้นเอง โดยส่วนใหญ่เด็ก ที่ฟินแลนด์ ใช้เวลาทำการบ้านเพียง 5 - 20 นาทีเท่านั้น และให้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ครอบครัว เล่นกีฬา หรือให้ฝึกฝนความรู้ด้านศิลปะมากขึ้น เช่นการเล่นดนตรี วาดรูป เย็บปัก หรือแม้กระทั่งการเขียนบทกวี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนมองว่าไร้สาระ และควรเอาเวลาไปตั้งใจเรียนในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า แต่ทั้งหมดนี้แหละคือสิ่งที่กลับช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจจริง แถมได้แลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ระหว่างกันอีกด้วย

     นอกจากจะให้การมีการบ้านที่น้อยมากแล้ว ยังมีชั่วโมงเรียนในโรงเรียนเพียงสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งน้อยมากเท่ากับว่าหนึ่งวันเรียนเพียง  3 - 4 ชม.เท่านั้น รวมเวลาพักเที่ยงแล้วด้วยนะ หลายคนคงสงสัยไม่ต่างกันว่า เรียนกันยังไง ได้เรียนกันจริงหรือเปล่า หรือเรียนกันทันเหรอ ? บอกเลยว่าพวกเราต่างหากที่ใช้เวลาเรียนในโรงเรียนกันมากเกินไป เพราะครูที่นี่มองว่าการใช้เวลาเรียนที่มากเกิน หรือใช้สมองมากเกินไป ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว จึงให้นักเรียนได้ไปเรียนรู้การใช้ชีวิตจริง นอกโรงเรียนดีกว่า

     

      อีกเรื่องที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญมาก แต่ที่นี่กลับไม่ได้มองว่ามันสำคัญขนาดนั้น นั่นก็คือการสอบโดยเฉพาะการสอบวัดระดับ วัดมาตรฐาน สอบประเมินผลอะไรพวกนั้น เพราะเหตุผลของการเรียนที่ฟินแลนด์คือการให้เด็กได้มีความสุขกับการเรียน ในแบบที่ตนเองชอบ สามารถเลือกเองได้อย่างอิสระ และหลายประเทศที่มีการสอบเยอะนั้นส่วนใหญ่ใช้เวลาถึง 1 ใน 3 ของเวลาในแต่ละวันไปกับการเตรียมตัวสอบ และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วยวิธีที่ประเทศอื่น ทำคือตัดเวลาเรียนในวิชาดนตรี ศิลปะ การเขียน หน้าที่พลเมือง เหล่านี้ออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ของวิชาที่ต้องใช้ในการสอบด้วยความคิดเดิม ที่มองว่ามันเอาไปใช้จริง หรือใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองไม่ได้ แต่ที่ฟินแลนด์กลับให้เด็กนักเรียนได้เรียนพละ ศิลปะ ดนตรี หรือแม้กระทั่งการอบขนม ร้องเพลง ไม่ก็ปล่อยให้ไปเดินชมธรรมชาติ เพื่อให้เด็กได้เติบโตจากความสงสัย ช่างสังเกต และหาคำตอบด้วยตนเอง

     ความเท่าเทียมกันสำคัญที่สุด ฟินแลนด์ตัดการสอบวัดมาตรฐานเพื่อวัดว่าโรงเรียนไหนดีที่สุดออกไป ซึ่งมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องทำแบบนั้น เพราะโรงเรียนทุกที่ในฟินแลนด์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหนก็ตามจะนอกหรือในเมือง ทุกโรงเรียนใช้มาตรฐานเดียวกัน ด้วยความคิดที่ว่าโรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียนที่ดีที่สุด” ถึงขั้นมีกฎหมายห้ามให้โรงเรียนใดก็ตามเก็บค่าเทอมเด็ดขาด ! ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ไม่มีโรงเรียนเอกชน มีแต่โรงเรียนรัฐให้เรียน ส่วนหนึ่งเพื่อตัดปัญหาที่ตามมา เช่น ค่าเทอมแพง มีการแบ่งชนชั้นของผู้ปกครองและตัวเด็ก หรืออย่างที่หลายประเทศมองว่าโรงเรียนเอกชนเป็นธุรกิจ ที่ฟินแลนด์จึงป้องกันปัญหาเหล่านี้ ทำให้ไม่ว่ามีฐานะใด จะรวยหรือจนทุกคนก็ได้รับความเท่าเทียมกันในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กให้ไม่มีการเอาเปรียบกันเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า และแน่นอนเมื่อไม่มีค่าเทอมเด็กทุกคนที่ฟินแลนด์จึงได้เรียนฟรี !!

 

     การไม่แข่งขันทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน รวมไปถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยที่ฟินแลนด์ได้ให้ความเคารพครูอย่างน่าชื่นชม และแถมเงินเดือนยังสูงอีกด้วย เรียกได้ว่ารักทั้งเด็กทั้งครูเลยทีเดียว จึงเป็นเหตุผลที่เด็ก อยากไปโรงเรียน ครูเองก็รู้สึกมีศักดิ์ศรีไม่ถูกเอาเปรียบอีกด้วย เห็นจริงจังขนาดนี้ ที่ฟินแลนด์ไม่เคยกลัวที่จะทดลองอะไรเลยนะครับ เพราะขนาดห้องเรียนยังเป็นห้องทดลองได้ ไม่ว่าจะกิจกรรมไหนก็พร้อมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ไปพร้อม กัน เพราะมันช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ลดอาการเบื่อหน่าย และได้รับประโยชน์กันอย่างเต็มที่ จริงจังถึงขั้นการเรียนการสอนก็วิจัยกันก่อนจะมาปรับใช้จริงกับทุกโรงเรียน

 

     ถ้าถามว่าการศึกษาฟินแลนด์มีอะไรดีอีกไหมบอกเลยว่าเยอะมากยกตัวอย่างห้องเรียนที่ฟินแลนด์ก็มีนักเรียนไม่เกิน 20 คนต่อห้อง เพื่อให้เด็กได้ความรู้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังไม่มีเกรดเพื่อมาวัดว่าใครเก่งกว่าใคร ป้องกันปัญหาการแบ่งแยกทางอ้อม เป็นต้น  

อีกเรื่องที่น่าประหลาดใจและไม่ได้พบเห็นบ่อย คือการที่เด็กทุกคนมีอิสระทางความคิด จะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ไม่มีผิดหรือถูก ปวดปัสสาวะอยากไปห้องน้ำก็ไปได้เลยไม่ต้องยกมือขออนุญาตก่อน หรืออย่างการจะสร้างสนามเด็กเล่นสักที่สถาปนิกยังต้องไปนั่งคุยกับเด็กในโรงเรียนก่อน เพื่อให้รู้ว่าเด็ก ต้องการอะไรบ้าง ก็ของเด็กไงจะให้ถามใครล่ะจริงไหม ? เรียกได้ว่าผู้ใหญ่กับเด็กไม่มีเส้นแบ่งเรื่องของช่องว่างระหว่างวัยเลย ครูในโรงเรียนท่านหนึ่งเคยกล่าวว่าสิ่งที่สำคัญที่เธอตั้งใจจะมอบให้กับเด็กนักเรียนทุกคนคือการสอนให้เด็กสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็นและปลูกฝังให้ทั้งครอบครัวอยู่ด้วยกันมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กอายุ 3-7 ขวบ เพราะยังไงโรงเรียนคงไม่สำคัญเท่ากับบ้านที่อยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัวหรอก

 

     ถึงตรงนี้ทุกคนคงไม่สงสัยกันแล้วใช่ไหมครับว่า ทำไมที่ฟินแลนด์ถึงมีการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ? ถ้าให้ลำดับเป็นข้อ คงยาวหลายหน้ากระดาษแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือความเท่าเทียมของทุกคนไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็ก รวมไปถึงอาชีพครูที่มักถูกมองข้ามจนหมดศรัทธาในตัวเอง และฟินแลนด์ยังคงเป็นประเทศที่น่าเอาเยี่ยงอย่างในเรื่องของการศึกษาที่ดีที่สุดของโลกที่ใส่ใจถึงความรู้สึกของเด็ก ว่าต้องการอะไรจากการเรียนจริง

 

     เห็นอย่างนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากไปเรียนที่ฟินแลนด์ดูสักครั้งใช่ไหมครับ ? แต่ถ้ายังไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเอง แล้วอยากเรียนภาษาอังกฤษที่ได้รับมาตรฐานโดยที่ไม่ต้องไปไกลถึงฟินแลนด์ก็มีนะครับ เพราะที่ Globish ได้รับการรับรองจาก KOKOA EDUCATION STANDARD สถาบันประเมินคุณภาพและมาตรฐาน ด้านการศึกษาจากประเทศฟินแลนด์ เป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ให้คุณได้อิสระทางคิด อิสระในเรื่องของเวลาเรียน เพราะคุณสามารถเลือกเรียนได้ตลอด 24 ชม. ที่สำคัญสามารถเลือกโค้ชได้เองกว่า 50 คนอีกด้วย ส่วนถ้าใครสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาที่ Globish ได้เลยนะครับ

 

Source: 

youtube.com

voicetv.co.th

themomentum.co

adviceforyou.co.th

 

 

ค้นหาคอร์สที่เหมาะกับคุณ
พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี


   หรือ    โทรเลย 063-189-9451

บทความที่แนะนำ


วัยทำงาน

30 คำศัพท์ Neologisms เทรนด์ใหม่มาแรงแห่งยุค

Tips and Tricks

8 เทคนิค ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูหนัง

Tips and Tricks

10 เคล็ดลับไอเดีย เปลี่ยนคุณให้ดีกว่าเดิมด้วย New Year's Resolution