6 วิธีเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษกับลูกแบบง่าย ๆ

81 VIEWS | 5 MINS READ Tuesday 28 / 07 / 2020


6 วิธีเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษกับลูกแบบง่าย ๆ

 

คุณพ่อคุณแม่ลองนึกย้อนกลับไปในวัยเด็กดูนะคะ จำได้ไหมว่าเวลาที่คุณครูพูดกับคุณเป็นภาษาที่แตกต่างจากทั่วไป คุณก็อาจทำได้เพียงแค่จ้องหน้าและอ้าปากค้าง เนื่องจากคุณโต้ตอบกลับไม่ได้ นั่นก็เหมือนกับเวลาเราเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษกับลูกนั่นแหละค่ะ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับการฝึกฝนและพัฒนาภาษาค่ะ

 

โดยสิ่งสำคัญในการที่จะสอนภาษาให้กับเด็ก ๆ นั้นต้องพยายามอย่าทำให้ตกใจ อย่าทำให้รู้สึกกลัว เพราะจะกลายเป็นว่าน้องจะปิดกั้นตัวเองและไม่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาค่ะ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เขาไม่รู้จักมาก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็ก ๆ นั้นเข้าใจภาษาผิดไปว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากนั่นเองค่ะ

 

ดังนั้นแล้วการเริ่มต้นที่จะเริ่มต้นพูดภาษาอังกฤษกับลูก เราควรค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ บอก โดยเริ่มจากให้น้องฟังบ่อย ๆ แล้วเริ่มให้ดูพร้อมกับการฟังก่อนค่ะ ซึ่งควรเริ่มจากเรื่องพื้นฐานอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แล้วจึงเพิ่มระดับความยากในการพูดกับลูกภายหลังค่ะ เช่นเริ่มจากการพูดคำศัพท์ง่าย ๆ ใกล้ตัวแล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็นประโยคจากคำศัพท์นั้น ๆ ก็ได้เช่นกันนะคะ

 

 

 

 

เริ่มต้นในเรื่องที่ง่าย ๆ ก่อน

 

หนึ่งในขั้นตอนที่จะพูดภาษาอังกฤษกับลูกคือ การเริ่มต้นสอนน้องในเรื่องง่าย ๆ ก่อนนั่นเองค่ะ อย่างการเริ่มต้นสอนจากตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดยพูดและท่องให้น้องฟังเป็นประจำ จากนั้นค่อยเพิ่มระดับความยากมาเป็นสอนคำศัพท์ และเริ่มต้นพูดกับน้องเป็นประโยคง่าย ๆ ทั่วไปที่จะพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

 

 

อย่าง Good Morning หรือ What is this? เพื่อเป็นการสร้างความเคยชินในการใช้ภาษาจากระดับเบื้องต้นก่อนนั่นเองค่ะ ซึ่งการเริ่มต้นจากสิ่งง่าย ๆ น้องจะไม่รู้สึกว่าภาษาใหม่ที่กำลังเรียนรู้นั้นหนักเกินไป รวมถึงยังช่วยให้เข้าใจภาษาได้ดีขึ้น และยังเหมาะสำหรับการเริ่มต้นพูดกับลูกอีกด้วยค่ะ

 

 

 

สังเกตเสมอว่าลูกเข้าใจหรือไม่

 

อีกสิ่งที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตเสมอว่าลูกของเรานั้นเข้าใจในสิ่งที่พูดออกไปหรือไม่ด้วยนะคะ ซึ่งหากน้องไม่เข้าใจเราก็ต้องค่อย ๆ อธิบายให้น้องฟังว่าคำนี้หมายถึงอะไร แปลว่าอะไร เพราะบางครั้งเด็ก ๆ จะยังไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษา หรือยังไม่คุ้นเคยในวิธีการทำความเข้าใจภาษาแบบใหม่ ๆ ก็ได้ค่ะ

 

โดยคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตน้องด้วยว่าลักษณะท่าทาง หรือภาษากายของน้องว่าน้องรู้สึกอย่างไร แสดงสีหน้างงหรือสงสัยเวลาที่พูดกับลูกอยู่ไหม ซึ่งหากเราพอจะสังเกตได้ก็ให้ลองถามน้องไปเลยค่ะว่าเข้าใจหรือไม่ เพื่อไม่ให้น้องเกิดความกดดันที่จะต้องคอยพยายามเข้าใจในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่พูดนั่นเองค่ะ

 

 

 

ให้เวลาลูก ๆ ในการฝึกฝน

 

หลังจากที่เริ่มพูดและสอนลูกไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าลืมให้เวลากับน้อง ๆ ในการฝึกฝนด้วยนะคะ เพราะคนเราไม่สามารถที่จะจดจำได้ในทันทีอยู่แล้ว การที่ให้เวลากับน้องเพื่อให้ฝึกฝนอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป น้องก็จะไม่รู้สึกกดดัน และไม่รู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากค่ะ

 

นอกจากนี้การฝึกฝนยังรวมถึงพวกโครงสร้างทางภาษา และทักษะการฟังและการพูดด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องอย่าเร่งน้อง และอย่าให้แค่น้องเพียงแค่จำ หรือเพียงแค่ท่องเท่านั้น แต่ควรให้น้องค่อย ๆ ฝึกฝน และพัฒนาทักษะทางภาษาไปพร้อมกับการทำความเข้าใจด้วยนะคะ

 

 

 

ต้องทำให้ดู อย่าเพียงแค่พูดสอน

 

แน่นอนว่าการพูดกับลูกรวมไปถึงการสอนภาษาอังกฤษ คุณพ่อคุณแม่ต้องทำให้ดูอย่าเพียงแค่พูดบอกหรือพูดสอนเท่านั้น เพราะการที่ทำให้ดูหรือโชว์ให้เห็นนั้นลูกจะจดจำ และนำสิ่งเหล่านี้ไปทำตามได้ค่ะ หรือที่เราเรียกว่า พฤติกรรมเลียนแบบ นั่นเองค่ะ

 

อย่างการชวนลูกมาเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยกัน โดยการเริ่มต้นพูดกับลูกว่า มารู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษกัน เดี๋ยวแม่เรียนรู้ไปพร้อมลูก แล้วลองชวนมาดูที่ห้องต่าง ๆ อย่างห้องนอน จากนั้นฝึกถามน้องพร้อมกับสอนก็ได้ค่ะ หรือจะเป็นการเล่นละครสั้น ๆ กับลูกตามจินตนาการของน้องเอง โดยเราเข้าไปร่วมบทบาทกับลูกด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้น้องสามารถพัฒนาภาษาได้ดีขึ้น รวมถึงเป็นการสานสัมพันธ์กันในครอบครัวด้วยนะคะ

 

 

 

ต้องพูดบวกเสมอ อย่าดุหรือว่า หากลูกไม่เข้าใจ

 

อีกหนึ่งขั้นตอนในการสอนภาษาอังกฤษกับลูกคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ดุ ไม่ว่า และต้องไม่ตะโกน หรือใช้คำพูดที่ดูรุนแรงเพื่อกดดันน้อง ซึ่งเราควรเลือกใช้คำพูดที่เป็นบวกแทนคำพูดที่เป็นแนวทางลบ ๆ นั่นเองค่ะ รวมถึงต้องค่อย ๆ อธิบายกับลูกอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยนะคะ

 

อย่างแทนทีจะบอกลูกว่า “ผิด!! ไม่ใช่แบบนี้” เปลี่ยนเป็นคำพูดในแนวทาง “เก่งมากลูก ทำดีแล้ว แต่ปรับตรงนี้หน่อยนะคะลูก” คำพูดในเชิงบวกแบบนี้จะดีกว่าการพูดแบบเชิงลบค่ะ เพราะจะช่วยให้น้องมีกำลังใจที่จะเรียนรู้ รวมถึงไม่รู้สึกกลัวที่จะฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยค่ะ

 

 

 

ทำให้การฝึกภาษานั้นไม่น่าเบื่อ

 

ในส่วนของวิธีการนี้ก็สำคัญมากเช่นกันนะคะ นั่นคือการทำให้การฝึกภาษานั้นไม่เป็นเรื่องน่าเบื่อค่ะ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถกระตุ้นน้อง ๆ ในการฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ และไม่น่าเบื่อได้โดยการยกตัวอย่างสถานการณ์เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษกับน้อง หรือร่วมเล่นไปกับน้องก็ได้ค่ะ

 

ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้ไม่น่าเบื่อในการคุยภาษาอังกฤษกับน้อง 

 

ลองหยิบเกมกระดานสนุก ๆ อย่างพวก Crossword หรือจะเป็นการ์ดของเล่นพวกเกม Uno มาเล่นกับน้องได้นะคะ ซึ่งหากลองเปลี่ยนจากโจทย์ที่เป็นภาษาไทยมาเป็นภาษาอังกฤษก็ช่วยฝึกน้องเช่นกันค่ะ

 

 

***ห้องเรียนของ Globish Kids *** เป็นห้องเรียนที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับน้อง ๆ แต่ละคน และคุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งดูน้อง ๆ ระหว่างกำลังเรียนได้ ทำให้ได้เห็นพัฒนาการ ความสนใจ และทักษะต่าง ๆ ที่น้อง ๆ ได้เรียนรู้อย่างชัดเจน ลงชื่อเพื่อสอบถามรายละเอียดและนัดวัดระดับภาษา

 

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียน ค่าใช้จ่าย วิธีการเรียน และทดสอบวัดระดับภาษาของน้อง ๆ (ผ่านทางโทรศัพท์ ใช้เวลา 10-15 นาที ไม่เสียค่าใช้จ่าย) เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้รู้ถึงจุดอ่อน และจุดแข็งในทักษะภาษาอังกฤษของน้อง ๆ และพัฒนาได้ถูกจุดค่ะ

 

คุณพ่อคุณแม่หมดกังวลเรื่องการเรียนออนไลน์ ผ่านระบบ VDO Call เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ดูแลนักเรียน คอยช่วยเหลือ ทดสอบอุปกรณ์ และแก้ปัญหาให้คุณพ่อคุณแม่ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ ลงชื่อเพื่อสอบถามรายละเอียดและนัดวัดระดับภาษา

 

 

 

ค้นหาคอร์สที่เหมาะกับลูกคุณ
พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี


   หรือ    โทรเลย 02-080-3984