ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากศูนย์ พร้อม 50 ประโยคพื้นฐาน

577501 VIEWS | 5 MINS READ Monday 29 / 11 / 2021


ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากศูนย์ เริ่มได้จากการเรียนรู้ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ใช้บ่อยและฝึกพูดอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่แน่นหรือรู้ Grammar ทั้งหมดก่อน เพราะการเริ่มจากประโยคง่าย ๆ จะช่วยให้คุ้นเคยกับการใช้ภาษาและนำไปสื่อสารในสถานการณ์จริงได้ง่ายขึ้น

สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ อาจเจอปัญหาพูดไม่ออก คิดคำศัพท์ไม่ทัน หรือไม่มั่นใจว่าจะเรียบเรียงประโยคอย่างไร การฝึกพูดทีละประโยคและนำกลับมาใช้ซ้ำในสถานการณ์ต่าง ๆ จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและพัฒนาทักษะการสื่อสารได้

บทความนี้จะพาไปดู วิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษจากศูนย์ พร้อม 50 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐาน ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทักทาย แนะนำตัว ขอบคุณ ขอโทษ ไปจนถึงการบอกลา เหมาะสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและคนที่ต้องการปัดฝุ่นภาษาอังกฤษให้กลับมาใช้งานได้คล่องขึ้น


 

ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องเริ่มจากอะไรก่อน

หากคุณกำลังมองหาวิธี ฝึกพูดภาษาอังกฤษ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน บทความนี้จะช่วยให้คุณวางแผนการฝึกได้อย่างเป็นขั้นตอน ไม่ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐาน พูดไม่กล้า กลัวผิด หรือเรียนมาหลายปีแต่ยังสื่อสารไม่ได้ เราจะพาคุณเรียนรู้เทคนิคที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่การฝึกฟัง การออกเสียง การสร้างประโยค การฝึกสนทนา ไปจนถึงตารางฝึกพูดภาษาอังกฤษที่สามารถทำตามได้ทุกวัน เพื่อให้คุณพูดได้อย่างมั่นใจในชีวิตประจำวันและการทำงาน

Step 1 ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน (Listening)

เริ่มจากฟังบทสนทนาสั้น ๆ หรือคลิปที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุ้นเคยกับการออกเสียง จังหวะ และสำเนียง ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำในช่วงแรก

Step 2 เลียนแบบการออกเสียง (Shadowing)

พูดตามเจ้าของภาษาแบบประโยคต่อประโยค พยายามเลียนแบบน้ำเสียงเหมือนเงาตามตัว การเน้นคำ และจังหวะการพูด วิธีนี้ช่วยให้การออกเสียงเป็นธรรมชาติและพูดได้คล่องขึ้น

Step 3 ฝึกสร้างประโยคและพูดเอง

เริ่มจากประโยคง่าย ๆ ที่ใช้บ่อย เช่น การแนะนำตัว การสั่งอาหาร หรือการบอกความรู้สึก ฝึกพูดออกเสียงทุกวัน แม้จะพูดคนเดียวก็ช่วยพัฒนาความคล่องได้

Step 4 ฝึกสนทนาในสถานการณ์จริง

เมื่อเริ่มมั่นใจ ให้ลองนำประโยคที่ฝึกมาใช้พูดกับเพื่อน ครู หรือโค้ชภาษาอังกฤษ การได้โต้ตอบกับผู้อื่นจริงจะช่วยให้คุ้นเคยกับการฟังคำถาม คิดคำตอบ และปรับการพูดให้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น

Step 5 รับ Feedback และแก้ไข

หลังจากฝึกพูด ลองทบทวนว่าตัวเองยังมีจุดไหนที่ควรปรับ เช่น การออกเสียง ไวยากรณ์ หรือการเลือกใช้คำ หากมีคนช่วยฟังและให้คำแนะนำ จะช่วยให้เห็นข้อผิดพลาดและนำไปแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น


 

เทคนิคช่วยให้ฝึกพูดภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้น

นอกจากการฟัง พูดตาม และฝึกสนทนาแล้ว ยังมีเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้การฝึกพูดภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองและฝึกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุ้นเคยกับการใช้ภาษาและพูดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

1. ฝึก Think in English

ลองลดการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ แล้วเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษจากประโยคง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น “I'm hungry.” หรือ “I need to send this email.” เมื่อฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษบ่อยขึ้น จะช่วยให้เรียบเรียงประโยคและตอบโต้ได้เร็วขึ้น

2. ฝึก Role Play จำลองสถานการณ์

ลองจำลองบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตจริง เช่น การสั่งกาแฟ การแนะนำตัว การประชุม หรือการสัมภาษณ์งาน การฝึกแบบมีสถานการณ์จะช่วยให้คุ้นเคยกับการใช้ประโยค และสามารถนำไปใช้ได้ง่ายขึ้นเมื่อเจอสถานการณ์จริง

3. อัดเสียงตัวเองแล้วฟังย้อนหลัง

การอัดเสียงขณะพูดช่วยให้สังเกตการออกเสียง ความเร็วในการพูด และคำที่ยังใช้ไม่ถูกต้อง ลองฟังย้อนหลังและเลือกจุดที่ต้องการปรับทีละเรื่อง เพื่อพัฒนาการพูดให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. ฝึกสนทนากับ AI

สามารถใช้ AI จำลองบทสนทนาเพื่อฝึกตอบคำถามหรือซ้อมสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจในการพูดกับคนจริง และต้องการฝึกตอบโต้ให้คล่องขึ้นก่อนนำไปใช้ในการสนทนาจริง

5. ฝึกพูดกับโค้ชเพื่อรับ Feedback

การฝึกด้วยตัวเองอาจทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองออกเสียงผิด ใช้คำไม่เป็นธรรมชาติ หรือมีจุดไหนที่ควรปรับ การฝึกกับโค้ชที่สามารถให้ Feedback ได้ทันที จึงช่วยให้เห็นข้อผิดพลาดและพัฒนาทักษะการพูดได้ตรงจุดมากขึ้น


 

ทำไมหลายคนฝึกพูดภาษาอังกฤษมานาน แต่ยังพูดไม่ได้

สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้เรียนภาษาอังกฤษมานานแต่ยังพูดไม่ได้ คือการมุ่งเน้นเรียนไวยากรณ์และท่องศัพท์มากเกินไปจนขาดการฝึกพูดในสถานการณ์จริง ประกอบกับความกลัวพูดผิดทำให้ไม่กล้าสื่อสาร และการฝึกฝนคนเดียวโดยไม่มีคนให้ Feedback จึงส่งผลให้ไม่สามารถหยิบคำศัพท์มาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่รู้จุดที่ต้องแก้ไข

1. จำคำศัพท์ แต่ไม่จำประโยค

รู้ว่าคำว่า appointment แปลว่า "นัดหมาย" แต่เมื่อต้องพูดกลับนึกไม่ออกว่าควรพูดว่า I have an appointment at 3 p.m. จึงควรเรียนคำศัพท์พร้อมประโยคตัวอย่างเสมอ

2. แปลจากไทยก่อนพูดทุกครั้ง

การคิดเป็นภาษาไทยแล้วค่อยแปล มักทำให้ใช้ประโยคไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ฉันอายุ 25 ปี ไม่ใช่ I have 25 years. แต่เป็น I'm 25 years old.

3. ตั้งเป้าพูดให้เป๊ะเกินไป

หลายคนกลัวใช้ Tense ผิด หรือออกเสียงไม่ถูกจึงเลือกไม่พูด ทั้งที่การสื่อสารให้คู่สนทนาเข้าใจสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ

4. ฟังอย่างเดียว แต่ไม่เคยพูดตาม

ดูซีรีส์หรือฟัง Podcast ทุกวัน ทำให้ฟังเข้าใจมากขึ้นแต่ไม่เคยฝึกพูดตาม จึงยังพูดไม่คล่อง

5. เรียนแกรมมาร์เกินความจำเป็น

ใช้เวลาศึกษาเรื่อง Tense หรือโครงสร้างประโยคซับซ้อน แต่กลับยังไม่มั่นใจในการพูดประโยคพื้นฐานอย่าง Could you help me? หรือ I'd like to order, please.

6. ฝึกไม่ตรงกับสถานการณ์จริง

ฝึกพูดประโยคอย่าง This is a pen. แต่เมื่อต้องประชุมหรือสั่งอาหารกลับไม่รู้จะพูดอย่างไร ควรฝึกจากสถานการณ์ที่ต้องเจอจริง เช่น การประชุม การสัมภาษณ์งาน หรือการเดินทาง

7. ไม่มีคนคอยให้ Feedback เวลาใช้ผิด

บางคนใช้คำว่า I'm boring. (ฉันน่าเบื่อ) เวลาจะบอกว่า "ฉันรู้สึกเบื่อ" ทั้งที่จริงควรพูดว่า I'm bored. หากไม่มีคนคอย Feedback ก็อาจใช้ผิดซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว


 

ฝึกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริง

การฝึกพูดภาษาอังกฤษจะเห็นผลเร็วขึ้น เมื่อฝึกจากสถานการณ์ที่ต้องเจอจริงในชีวิตประจำวันหรือการทำงาน ลองเริ่มจากสถานการณ์ต่อไปนี้

 

ฝึกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริง at work , meeting

ฝึกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริง interview , negotiation

ฝึกพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณ์จริง restaurant , airport

 

การฝึกพูดจากสถานการณ์ที่พบเจอจริงช่วยให้จำประโยคและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น ลองเริ่มจากสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น การทักทาย การแนะนำตัว การขอบคุณ การขอโทษ และการบอกลา ซึ่งเป็นบทสนทนาพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

 


 

แจก! 50 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐาน

หากคุณเพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษ การจำประโยคที่ใช้บ่อยจะช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องคิดและเรียบเรียงประโยคใหม่ทุกครั้งที่ต้องสื่อสาร ลองเริ่มจาก 50 ประโยคภาษาอังกฤษพื้นฐานเหล่านี้ แล้วฝึกพูดซ้ำ ๆ จนสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ


 

ประโยคภาษาอังกฤษ ทักทาย


 

 

1) ประโยคภาษาอังกฤษ “ทักทาย”

 

เจอฝรั่ง อย่างแรกเลยที่ต้องทำคือ Say hello! หรือทักทาย เพื่อสร้างความประทับใจ ที่สำคัญ อย่าลืมใส่รอยยิ้ม และ Shake hand ด้วย

 

 

Hello/ Hey/ Hi.

สวัสดี

 

Morning/afternoon/evening.

สวัสดีตอนเช้า/ บ่าย/ เย็น

 

What’s going on?

เป็นไงบ้าง

 

How’s it going?

เป็นไงบ้าง

 

How are you?

เป็นไงบ้าง

 

How’s everything?

ทุกอย่างเป็นยังไง

 

What have you been up to?

คุณเป็นอย่างไรบ้าง

 

Nice to meet you!

ยินดีที่ได้รู้จัก

 

Pleased to meet you.

ยินดีที่ได้รู้จัก

 

Long time no see.

ไม่ได้เจอกันนานเลย



 

ประโยคภาษาอังกฤษ แนะนำตัว

 

2) ประโยคภาษาอังกฤษ “แนะนำตัว”

หลังจากทักทายแล้ว หากเจอกันครั้งแรก อย่าลืมแนะนำตัวเองสั้น ๆ อย่าง ชื่อเล่น สัญชาติ อาชีพ หรืองานอดิเรก เพื่อให้อีกฝ่ายรู้จักเรามากขึึ้น

 

 

I’m (ชื่อจริง) but people here call me (ชื่อเล่น).

ฉันชื่อ…. แต่คนส่วนใหญ่เรียกฉันว่า….

 

You can call me (ชื่อเล่น).

คุณเรียกฉันว่า….ก็ได้

 

I come from (ชื่อประเทศ).

ฉันมาจาก….

 

I was born and raised in (ชื่อเมือง/ ประเทศ).

ฉันเกิดและโตที่….

 

I live in (ชื่อเมือง/ ประเทศ).

ฉันอาศัยอยู่ที่

 

I work as (อาชีพ).

ฉันทำงานเป็น….

 

I’m a student at  (ชื่อโรงเรียน/ มหาลัย).

ฉันเป็นนักเรียน/ นักศึกษาที่

 

I’m (อายุ) years old.

ฉันอายุ….ปี

 

I love (งานอดิเรก).

ฉันรักการ….

 

My hobbies are…

งานอดิเรกของฉันคือ….



 

ประโยคภาษาอังกฤษ ขอบคุณ

 

3) ประโยคภาษาอังกฤษ “ขอบคุณ”

 

อีกหนึ่งประโยคที่ควรท่องไว้ให้ชินคือ ประโยคภาษาอังกฤษ “ขอบคุณ” นอกจาก Thank you แล้ว มีอีกหลายประโยคที่สามารถใช้แทนกันได้

 

Thanks a lot.

ขอบคุณมาก ๆ

 

Thanks in advance.

ขอบคุณล่วงหน้าเลย

 

Thank you for your help.

ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ

 

Thanks a million.

ขอบคุณมาก ๆ เลย

 

I really appreciate your help

ฉันขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือจริง ๆ 

 

That’s very kind of you.

คุณเป็นคนดีมากจริง ๆ

 

I can’t thank you enough.

ฉันขอบคุณคุณเท่าไหร่ก็ไม่พอ

 

I owe you one.

ฉันเป็นหนี้คุณเลย

 

I couldn’t have done it without you.

ฉันคงทำไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ

 

I don’t know what to say.

ฉันไม่รู้จะพูดยังไงเลย (ซาบซึ้งมาก)



 

ประโยคภาษาอังกฤษ ขอโทษ

 

4) ประโยคภาษาอังกฤษ “ขอโทษ”

 

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยทำผิด อีกประโยคที่ Globish รวบรวมมาคือ ประโยคภาษาอังกฤษ “ขอโทษ” 

 

I’m terribly sorry.

ฉันขอโทษจริง ๆ 

 

I apologize.

ฉันขอโทษ

 

I sincerely apologize.

ฉันขอโทษจริง ๆ 

 

I want to apologize.

ฉันอยากขอโทษ

 

Sorry about that.

ขอโทษสำหรับเรื่องนั้นด้วย

 

Sorry, my apologies. I had that wrong.

ขอโทษจริง ๆ เรื่องนั้นฉันผิดเอง

 

Sorry, it was all my fault.

ขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง

 

My bad.

ฉันผิดเอง

 

I was wrong. Can you forgive me?

ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันได้ไหม

 

I owe you an apology.

ฉันติดค้างคำขอโทษคุณ



 

ประโยคภาษาอังกฤษ ลาก่อน

 

5) ประโยคภาษาอังกฤษ “ลาก่อน”

 

มีพบก็ต้องมีจาก เลยอยากขอปิดท้ายด้วยประโยคภาษาอังกฤษ “ลาก่อน” ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์เลย เช่น ถ้าหากไม่อยากพูดว่า Bye! สามารถใช้ Have a nice day แทนก็ได้เช่นกัน 

 

 

Bye-bye.

ลาก่อน

 

Bye for now.

ไปก่อนนะ

 

I’m off.

ไปแล้วนะ

 

I’m out.

ไปก่อนนะ

 

Gotta go.

ต้องไปแล้ว

 

Take care.

ดูแลตัวเองด้วยนะ

 

See you later.

ไว้เจอกันใหม่

 

Catch you later.

ไว้เจอกันใหม่

 

See you soon.

ไว้เจอกันเร็ว ๆ นี้

 

Have a nice day.

ขอให้เป็นวันที่ดีนะ

 

หวังว่าประโยคภาษาอังกฤษทั้ง 50 ประโยคนี้จะมีประโยชน์สำหรับทุกคนนะคะ ที่สำคัญ ถ้าอยากพูดประโยคภาษาอังกฤษคล่อง มั่นใจ ต้องหมั่นฝึกฝนค่ะ


 

บทความแนะนำสำหรับฝึกพูดภาษาอังกฤษ

4 โครงสร้างบอกว่า “ไม่สบาย” ให้เจาะจง กว่าคำว่า I’m Sick

รวมคำถามและคำตอบภาษาอังกฤษ พิชิตตม.

25 ประโยคและศัพท์จำเป็น เจอในสนามบินแน่ ๆ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ฝึกพูดภาษาอังกฤษทุกวัน จะใช้เวลากี่เดือนถึงพูดได้?

A: ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและโอกาสในการใช้ภาษา หากฝึกทุกวันและได้พูดกับผู้อื่นเป็นประจำ หลายคนจะเริ่มสื่อสารได้คล่องขึ้นภายใน 2–3 เดือน

Q: ฝึกพูดภาษาอังกฤษเองได้ไหม?

A: ได้ หากฝึกอย่างสม่ำเสมอ เช่น ฟัง พูดตาม อัดเสียง และฝึกสนทนากับ AI แต่หากมีโค้ชช่วยให้ Feedback ก็จะช่วยพัฒนาได้เร็วขึ้น

Q: พูดผิดบ่อย ควรทำอย่างไร?

A: ไม่ควรหยุดพูดเพราะกลัวผิด ให้ใช้ข้อผิดพลาดเป็นโอกาสเรียนรู้ และจดคำหรือประโยคที่ใช้ผิดไว้ทบทวน

Q: จำศัพท์ไม่ได้ จะพูดยังไง?

A: ควรจำเป็นประโยคมากกว่าจำเป็นคำเดี่ยว เช่น จำ "I'd like to order." แทนการจำเฉพาะคำว่า order

Q: ควรเริ่มจากฟังหรือพูดก่อน?

A: ควรฝึกทั้งสองอย่างควบคู่กัน โดยเริ่มจากการฟังเพื่อสร้างความคุ้นเคย แล้วพูดตามทันทีด้วยเทคนิค Shadowing

 

อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษให้พัฒนาเร็วขึ้น? ลองฝึกกับโค้ชที่ช่วยแก้ไขคำที่พลาดไป

หากคุณฝึกด้วยตัวเองมาสักระยะ แต่ยังรู้สึกไม่มั่นใจเวลาพูด การเรียนกับโค้ชที่สามารถให้ Feedback ทันที จะช่วยให้เห็นจุดที่ต้องปรับและพัฒนาได้เร็วกว่าเดิม

Globish ออกแบบคอร์สเรียนที่เน้นการฝึกพูดภาษาอังกฤษผ่านบทสนทนาจริงกับโค้ชชาวต่างชาติ พร้อม Feedback รายบุคคลหลังเรียนทุกครั้ง ผู้เรียนจึงได้ฝึกทั้งการออกเสียง การเลือกใช้คำ และการสื่อสารในสถานการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันหรือการทำงาน

 

Updated: Monday 07 / 09 / 2026

ค้นหาคอร์สที่เหมาะกับคุณ
พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี


   หรือ    โทรเลย 02-026-6683