7 เทคนิค ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแต่ต้นให้ได้ผล | Globish

31 VIEWS | 1 MINS READ Monday 31 / 08 / 2026


7 เทคนิค ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแต่ต้นให้ได้ผล | Globish

ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองให้ได้ผล ควรเริ่มจากการรู้เป้าหมายว่าต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่ออะไร และเลือกวิธีฝึกที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์จำนวนมากหรือเรียนไวยากรณ์ให้ครบก่อน เพราะการฝึกที่ดีคือการฝึกอย่างสม่ำเสมอและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับคนที่เริ่มจาก 0 หรือเรียนมานานแต่ไม่ค่อยได้ใช้ ลองนำ 7 เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ควรเริ่มจากอะไร?

ก่อนเริ่มฝึก ลองตอบคำถามง่าย ๆ 4 ข้อ

  • อยากใช้ภาษาอังกฤษเพื่ออะไร?
  • สถานการณ์ไหนที่อยากพูดภาษาอังกฤษได้มากขึ้น?
  • มีเวลาให้การฝึกวันละเท่าไร?
  • ตอนนี้ตัวเองติดปัญหาตรงไหน?

คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เลือกเนื้อหาและวิธีฝึกได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น เพราะการฝึกภาษาอังกฤษที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน

 

7 เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองให้ได้ผล

1. ตั้งเป้าหมายจาก “สิ่งที่อยากทำได้” แทนการตั้งเป้าว่าอยากเก่ง

คำว่า “อยากเก่งภาษาอังกฤษ” เป็นเป้าหมายที่กว้างเกินไปจนไม่รู้ว่าควรเริ่มฝึกอะไร ลองเปลี่ยนเป็นเป้าหมายที่เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น

  • อยากแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษได้ภายใน 1 สัปดาห์
  • อยากอธิบายงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้ภายใน 1 เดือน
  • อยากคุยกับเพื่อนต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ต้องแปลทุกประโยค

เมื่อเป้าหมายชัดขึ้น จะเลือกสิ่งที่ควรฝึกได้ง่ายขึ้น และสามารถสังเกตพัฒนาการของตัวเองได้ชัดเจนกว่าเดิม

2. ฝึกจากสิ่งที่ตัวเองมีโอกาสใช้จริง

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก ๆ ให้เลือกภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การประชุม การเดินทาง หรือการสั่งอาหาร

หลักสำคัญคือ เรียนสิ่งที่นำไปใช้ได้จริง เพราะเมื่อได้ใช้ซ้ำในสถานการณ์จริง จะช่วยให้เข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น

3. เปลี่ยนสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้กลายเป็นเวลาฝึกภาษาอังกฤษ

ถ้ารู้สึกว่าไม่มีเวลาเรียน ลองไม่เพิ่ม “เวลาเรียน” เข้าไปในตาราง แต่เปลี่ยนกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วให้เป็นภาษาอังกฤษแทน

ตัวอย่างเช่น

  • ระหว่างเดินทาง ลองฟัง Content ภาษาอังกฤษ
  • ระหว่างออกกำลังกาย ฟัง Podcast ภาษาอังกฤษ
  • ก่อนเริ่มงาน ลองอ่าน To-do list เป็นภาษาอังกฤษ
  • เวลาค้นหาข้อมูล ลองใช้คำค้นภาษาอังกฤษ
  • ระหว่างทำงาน ลองคิดคำศัพท์หรือประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำ

วิธีนี้ช่วยลดความรู้สึกว่าต้องหาเวลาว่างเพิ่ม เพราะสามารถสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในกิจวัตรเดิมได้

4. ฝึกคิดและพูดภาษาอังกฤษจากเรื่องง่าย ๆ

หากต้องการฝึก คิดและพูดภาษาอังกฤษ ไปพร้อมกัน ลองเริ่มจากการฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตาม จากนั้นค่อยฝึกคิดประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำในชีวิตประจำวัน เช่น

“วันนี้ต้องประชุมตอนบ่าย”
I have a meeting this afternoon.

หรือ

“ฉันต้องหยิบกุญแจ”
I need to take my keys.

จากนั้นลอง พูดประโยคเหล่านั้นออกมาดัง ๆ และฝึกฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตามทันที โดยเลียนแบบการออกเสียง จังหวะ และน้ำเสียง วิธีนี้ช่วยฝึกเชื่อม การคิด การฟัง และการพูดภาษาอังกฤษ ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

5. ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการจำ “ชุดประโยค” แทนการท่องศัพท์ทีละคำ

การรู้ความหมายของคำศัพท์ไม่ได้แปลว่าจะนำมาใช้ได้ทันที ลองเปลี่ยนจากการจำคำศัพท์เดี่ยว ๆ เป็นการเรียนรู้ วลีหรือประโยคที่ใช้จริง แทน เพราะจะช่วยให้เข้าใจบริบทและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น

เช่น แทนที่จะจำเพียงคำว่า

recommend = แนะนำ

ลองจำเป็นประโยค

What would you recommend?

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องการขอคำแนะนำ ก็สามารถดึงประโยคออกมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องคิดคำศัพท์ทีละคำ

เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่รู้ศัพท์จำนวนมากแต่ยังรู้สึกว่า “เวลาพูดจริงกลับนึกไม่ออก”

6. ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ แทนการรอให้มีเวลาว่าง

ไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดหรือมีเวลาหลายชั่วโมงเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ ลองแบ่งเวลาสั้น ๆ 25 นาทีต่อวัน และกำหนดหน้าที่ของแต่ละช่วงให้ชัดเจน


 

เวลา

สิ่งที่ทำ

5 นาที

เลือก Content ภาษาอังกฤษสั้น ๆ และฟัง

5 นาที

หยิบคำหรือประโยคที่น่าสนใจมาทำความเข้าใจ

10 นาที

นำประโยคมาพูดตามหรือปรับเป็นเรื่องของตัวเอง

5 นาที

ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนและเลือกสิ่งที่อยากนำไปใช้

 

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้องฝึกครบทุกอย่างภายใน 25 นาที แต่อยู่ที่การมี ช่วงเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจนและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

7. บันทึกพัฒนาการของตัวเอง อย่าวัดผลจากความรู้สึกอย่างเดียว

บางครั้งเราฝึกภาษาอังกฤษไปหลายสัปดาห์ แต่กลับรู้สึกว่า “ยังไม่เก่งขึ้นเลย” ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีพัฒนาการเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่ได้สังเกต

ลองเก็บหลักฐานเล็ก ๆ ของตัวเอง เช่น

  • อัดเสียงตัวเองพูดเดือนละครั้ง
  • จดประโยคที่เคยพูดไม่ได้
  • บันทึกคำศัพท์หรือวลีที่นำไปใช้ได้จริง
  • ลองพูดเรื่องเดิมซ้ำหลังจากผ่านไป 1 เดือน
  • เช็กว่าต้องใช้เวลาคิดนานแค่ไหนก่อนตอบ

การมีหลักฐานให้เปรียบเทียบจะช่วยให้เห็นว่าตัวเองพัฒนาไปถึงไหนแล้ว และทำให้รู้ว่าควรปรับวิธีฝึกส่วนใดต่อ

 

ถ้าเริ่มจาก 0 ควรฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบไหน?

 

ถ้าเริ่มจาก 0 ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกเรื่องพร้อมกัน ให้เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น การแนะนำตัว กิจวัตรประจำวัน หรือประโยคที่ใช้บ่อย แล้วค่อยเพิ่มความยากทีละขั้น

ใช้หลัก “เรียน → ลองใช้ → เจอจุดที่ไม่รู้ → กลับไปเรียนเพิ่ม” เพื่อให้สิ่งที่เรียนเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง และจำได้มากกว่าการท่องเนื้อหาไปเรื่อย ๆ

 

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองวันละกี่นาที?

ไม่มีจำนวนเวลาที่เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น การกำหนดเวลา 10–25 นาทีต่อวัน อาจทำได้ง่ายกว่าการตั้งเป้าว่าต้องเรียนวันละ 1–2 ชั่วโมง สิ่งสำคัญคือเลือกเวลาที่สามารถทำได้จริงและทำอย่างต่อเนื่อง หากวันไหนมีเวลามากขึ้นก็สามารถฝึกเพิ่มได้ แต่ไม่ควรรู้สึกว่าต้องฝึกนานทุกครั้งจึงจะถือว่าได้เรียนภาษาอังกฤษ

 

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอย่างไรไม่ให้เลิกกลางทาง?

ปัญหาของการเรียนด้วยตัวเองไม่ใช่แค่ “ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร” แต่คือการทำต่อเนื่องให้ได้ ลองใช้วิธีเหล่านี้

1. กำหนดเวลาให้แน่นอน

เลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน และใช้ช่วงนั้นฝึกภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ

2. เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ง่าย

อย่าตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไปจนรู้สึกเหนื่อยก่อนเริ่ม ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

3. เลือก Content ที่ตัวเองสนใจ

เมื่อเนื้อหาน่าสนใจ การฝึกภาษาอังกฤษจะรู้สึกเหมือนการเรียนรู้มากกว่าการทำการบ้าน

4. ติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ

ลองทบทวนสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่พัฒนาขึ้นเป็นระยะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ฝึกต่อเนื่อง

 

เมื่อไรควรหาคนช่วยฝึกภาษาอังกฤษ?

หากฝึกเองแล้ว ไม่รู้ว่าพูดถูกไหม ไม่รู้ว่าควรพัฒนาจุดไหน หรือไม่มีโอกาสสนทนา การมีโค้ชช่วยให้ Feedback จะช่วยให้ฝึกได้ตรงจุดมากขึ้น

โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการ ประชุม พรีเซนต์ สัมภาษณ์งาน หรือสื่อสารกับชาวต่างชาติ การได้ฝึกจากสถานการณ์จริงจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้เห็นจุดที่ต้องพัฒนาได้ชัดเจนขึ้น

อีกอุปสรรคที่พบบ่อยคือ กลัวพูดผิดจนไม่กล้าพูด แต่การพูดผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ยิ่งได้ลองใช้และรับ Feedback ก็ยิ่งรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหน และพัฒนาได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ Globish ให้ความสำคัญกับการฝึกพูดจริงกับโค้ช

 

การฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

กิจกรรมยามว่างที่ช่วยอัพสกิลภาษาอังกฤษ

8 วิธีสร้างแรงจูงใจในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน

อัพเดท! 5 เว็บเรียนภาษาอังกฤษที่ปังที่สุด ปี 2022

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

1. รู้ศัพท์เยอะ แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ออก ควรทำอย่างไร?

ลองเปลี่ยนจากการจำศัพท์เป็นคำ ๆ มาเรียนรู้ วลีและชุดประโยคที่ใช้จริง พร้อมฝึกพูดตามและนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ดึงคำออกมาใช้ได้เร็วขึ้น

2. ไม่มีคู่สนทนา จะฝึกพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

ได้ ลอง พูดกับตัวเอง ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ หรือฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตาม เพื่อให้คุ้นเคยกับการสร้างประโยคและการออกเสียง แม้จะยังไม่มีคู่สนทนา

3. กลัวพูดผิด ควรเริ่มฝึกอย่างไร?

อย่ารอให้พูดถูกทุกประโยคก่อนจึงค่อยเริ่ม เพราะ การพูดผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ลองเริ่มจากประโยคง่าย ๆ และหาคนช่วยให้ Feedback เมื่อไม่แน่ใจ เพื่อรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหน

4. เมื่อไรควรเรียนภาษาอังกฤษกับโค้ช?

หากฝึกเองแล้ว ไม่รู้ว่าควรพัฒนาตรงไหน ไม่มีโอกาสสนทนา หรืออยากใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง เช่น ประชุม พรีเซนต์ หรือสัมภาษณ์งาน การมีโค้ชช่วย Feedback จะทำให้ฝึกได้ตรงจุดและมีทิศทางมากขึ้น

5. ถ้าฝึกแล้วรู้สึกไม่เก่งขึ้น ควรทำอย่างไร?

ลองย้อนดูวิธีฝึกว่ากำลัง ฝึกสิ่งที่จำเป็นและนำไปใช้จริงหรือไม่ หากทำแบบเดิมมาสักระยะแล้วยังติดปัญหา อาจลองเปลี่ยนวิธีฝึกหรือขอ Feedback จากคนที่มีประสบการณ์ เพื่อหาจุดที่ควรปรับให้ชัดเจนขึ้น

ค้นหาคอร์สที่เหมาะกับคุณ
พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี


   หรือ    โทรเลย 02-026-6683