พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี
31 VIEWS | 1 MINS READ Monday 31 / 08 / 2026
ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองให้ได้ผล ควรเริ่มจากการรู้เป้าหมายว่าต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่ออะไร และเลือกวิธีฝึกที่ทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องท่องศัพท์จำนวนมากหรือเรียนไวยากรณ์ให้ครบก่อน เพราะการฝึกที่ดีคือการฝึกอย่างสม่ำเสมอและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
สำหรับคนที่เริ่มจาก 0 หรือเรียนมานานแต่ไม่ค่อยได้ใช้ ลองนำ 7 เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ไปปรับใช้ เพื่อพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ก่อนเริ่มฝึก ลองตอบคำถามง่าย ๆ 4 ข้อ
คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้เลือกเนื้อหาและวิธีฝึกได้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น เพราะการฝึกภาษาอังกฤษที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน
คำว่า “อยากเก่งภาษาอังกฤษ” เป็นเป้าหมายที่กว้างเกินไปจนไม่รู้ว่าควรเริ่มฝึกอะไร ลองเปลี่ยนเป็นเป้าหมายที่เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น
เมื่อเป้าหมายชัดขึ้น จะเลือกสิ่งที่ควรฝึกได้ง่ายขึ้น และสามารถสังเกตพัฒนาการของตัวเองได้ชัดเจนกว่าเดิม
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก ๆ ให้เลือกภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การประชุม การเดินทาง หรือการสั่งอาหาร
หลักสำคัญคือ เรียนสิ่งที่นำไปใช้ได้จริง เพราะเมื่อได้ใช้ซ้ำในสถานการณ์จริง จะช่วยให้เข้าใจและจดจำได้ง่ายขึ้น
ถ้ารู้สึกว่าไม่มีเวลาเรียน ลองไม่เพิ่ม “เวลาเรียน” เข้าไปในตาราง แต่เปลี่ยนกิจกรรมที่ทำอยู่แล้วให้เป็นภาษาอังกฤษแทน
ตัวอย่างเช่น
วิธีนี้ช่วยลดความรู้สึกว่าต้องหาเวลาว่างเพิ่ม เพราะสามารถสอดแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในกิจวัตรเดิมได้
หากต้องการฝึก คิดและพูดภาษาอังกฤษ ไปพร้อมกัน ลองเริ่มจากการฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตาม จากนั้นค่อยฝึกคิดประโยคภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำในชีวิตประจำวัน เช่น
“วันนี้ต้องประชุมตอนบ่าย”
I have a meeting this afternoon.
หรือ
“ฉันต้องหยิบกุญแจ”
I need to take my keys.
จากนั้นลอง พูดประโยคเหล่านั้นออกมาดัง ๆ และฝึกฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตามทันที โดยเลียนแบบการออกเสียง จังหวะ และน้ำเสียง วิธีนี้ช่วยฝึกเชื่อม การคิด การฟัง และการพูดภาษาอังกฤษ ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
การรู้ความหมายของคำศัพท์ไม่ได้แปลว่าจะนำมาใช้ได้ทันที ลองเปลี่ยนจากการจำคำศัพท์เดี่ยว ๆ เป็นการเรียนรู้ วลีหรือประโยคที่ใช้จริง แทน เพราะจะช่วยให้เข้าใจบริบทและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
เช่น แทนที่จะจำเพียงคำว่า
recommend = แนะนำ
ลองจำเป็นประโยค
What would you recommend?
เมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องการขอคำแนะนำ ก็สามารถดึงประโยคออกมาใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องคิดคำศัพท์ทีละคำ
เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่รู้ศัพท์จำนวนมากแต่ยังรู้สึกว่า “เวลาพูดจริงกลับนึกไม่ออก”
ไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดหรือมีเวลาหลายชั่วโมงเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ ลองแบ่งเวลาสั้น ๆ 25 นาทีต่อวัน และกำหนดหน้าที่ของแต่ละช่วงให้ชัดเจน
จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้องฝึกครบทุกอย่างภายใน 25 นาที แต่อยู่ที่การมี ช่วงเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจนและทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
บางครั้งเราฝึกภาษาอังกฤษไปหลายสัปดาห์ แต่กลับรู้สึกว่า “ยังไม่เก่งขึ้นเลย” ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีพัฒนาการเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่ได้สังเกต
ลองเก็บหลักฐานเล็ก ๆ ของตัวเอง เช่น
การมีหลักฐานให้เปรียบเทียบจะช่วยให้เห็นว่าตัวเองพัฒนาไปถึงไหนแล้ว และทำให้รู้ว่าควรปรับวิธีฝึกส่วนใดต่อ
ถ้าเริ่มจาก 0 ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกเรื่องพร้อมกัน ให้เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น การแนะนำตัว กิจวัตรประจำวัน หรือประโยคที่ใช้บ่อย แล้วค่อยเพิ่มความยากทีละขั้น
ใช้หลัก “เรียน → ลองใช้ → เจอจุดที่ไม่รู้ → กลับไปเรียนเพิ่ม” เพื่อให้สิ่งที่เรียนเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง และจำได้มากกว่าการท่องเนื้อหาไปเรื่อย ๆ
ไม่มีจำนวนเวลาที่เหมาะกับทุกคน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น การกำหนดเวลา 10–25 นาทีต่อวัน อาจทำได้ง่ายกว่าการตั้งเป้าว่าต้องเรียนวันละ 1–2 ชั่วโมง สิ่งสำคัญคือเลือกเวลาที่สามารถทำได้จริงและทำอย่างต่อเนื่อง หากวันไหนมีเวลามากขึ้นก็สามารถฝึกเพิ่มได้ แต่ไม่ควรรู้สึกว่าต้องฝึกนานทุกครั้งจึงจะถือว่าได้เรียนภาษาอังกฤษ
ปัญหาของการเรียนด้วยตัวเองไม่ใช่แค่ “ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร” แต่คือการทำต่อเนื่องให้ได้ ลองใช้วิธีเหล่านี้
เลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับชีวิตประจำวัน และใช้ช่วงนั้นฝึกภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ
อย่าตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไปจนรู้สึกเหนื่อยก่อนเริ่ม ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน
เมื่อเนื้อหาน่าสนใจ การฝึกภาษาอังกฤษจะรู้สึกเหมือนการเรียนรู้มากกว่าการทำการบ้าน
ลองทบทวนสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่พัฒนาขึ้นเป็นระยะ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ฝึกต่อเนื่อง
หากฝึกเองแล้ว ไม่รู้ว่าพูดถูกไหม ไม่รู้ว่าควรพัฒนาจุดไหน หรือไม่มีโอกาสสนทนา การมีโค้ชช่วยให้ Feedback จะช่วยให้ฝึกได้ตรงจุดมากขึ้น
โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการ ประชุม พรีเซนต์ สัมภาษณ์งาน หรือสื่อสารกับชาวต่างชาติ การได้ฝึกจากสถานการณ์จริงจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้เห็นจุดที่ต้องพัฒนาได้ชัดเจนขึ้น
อีกอุปสรรคที่พบบ่อยคือ กลัวพูดผิดจนไม่กล้าพูด แต่การพูดผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ยิ่งได้ลองใช้และรับ Feedback ก็ยิ่งรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหน และพัฒนาได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ Globish ให้ความสำคัญกับการฝึกพูดจริงกับโค้ช
กิจกรรมยามว่างที่ช่วยอัพสกิลภาษาอังกฤษ
8 วิธีสร้างแรงจูงใจในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองที่บ้าน
อัพเดท! 5 เว็บเรียนภาษาอังกฤษที่ปังที่สุด ปี 2022
ลองเปลี่ยนจากการจำศัพท์เป็นคำ ๆ มาเรียนรู้ วลีและชุดประโยคที่ใช้จริง พร้อมฝึกพูดตามและนำไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ดึงคำออกมาใช้ได้เร็วขึ้น
ได้ ลอง พูดกับตัวเอง ฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ หรือฟังประโยคสั้น ๆ แล้วพูดตาม เพื่อให้คุ้นเคยกับการสร้างประโยคและการออกเสียง แม้จะยังไม่มีคู่สนทนา
อย่ารอให้พูดถูกทุกประโยคก่อนจึงค่อยเริ่ม เพราะ การพูดผิดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ลองเริ่มจากประโยคง่าย ๆ และหาคนช่วยให้ Feedback เมื่อไม่แน่ใจ เพื่อรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหน
หากฝึกเองแล้ว ไม่รู้ว่าควรพัฒนาตรงไหน ไม่มีโอกาสสนทนา หรืออยากใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริง เช่น ประชุม พรีเซนต์ หรือสัมภาษณ์งาน การมีโค้ชช่วย Feedback จะทำให้ฝึกได้ตรงจุดและมีทิศทางมากขึ้น
ลองย้อนดูวิธีฝึกว่ากำลัง ฝึกสิ่งที่จำเป็นและนำไปใช้จริงหรือไม่ หากทำแบบเดิมมาสักระยะแล้วยังติดปัญหา อาจลองเปลี่ยนวิธีฝึกหรือขอ Feedback จากคนที่มีประสบการณ์ เพื่อหาจุดที่ควรปรับให้ชัดเจนขึ้น