แจก 7 เคล็ดลับ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้เก่งจนพูดได้ | Globish

44 VIEWS | 2 MINS READ Monday 31 / 08 / 2026


แจก 7 เคล็ดลับ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้เก่งจนพูดได้ | Globish

การ ฝึกอ่านภาษาอังกฤษ ช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ ทำให้คุ้นเคยกับโครงสร้างประโยค และเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น สำหรับมือใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเนื้อหายาก เพียงเลือกบทอ่านที่เหมาะกับระดับและฝึกอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ Globish รวม 7 เคล็ดลับฝึกอ่านภาษาอังกฤษที่ทำตามได้ง่าย ช่วยให้อ่านคล่องและต่อยอดสู่การพูดได้อย่างมั่นใจ

 

ทำไมการฝึกอ่านภาษาอังกฤษถึงสำคัญ?

การอ่านภาษาอังกฤษเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษา เพราะช่วยให้เราได้พบกับคำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย ยิ่งอ่านเป็นประจำ ก็ยิ่งคุ้นเคยกับภาษาและสามารถนำไปต่อยอดกับการฟังและการพูดได้

ประโยชน์ของการฝึกอ่านภาษาอังกฤษ ได้แก่

  • เพิ่มคลังคำศัพท์
  • เข้าใจโครงสร้างประโยคได้ดีขึ้น
  • คุ้นเคยกับสำนวนและการใช้ภาษา
  • จับใจความได้เร็วขึ้น
  • นำคำศัพท์และประโยคไปใช้พูดและเขียนได้

 

7 เคล็ดลับฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้น

1. เริ่มจากเรื่องที่อ่านง่ายและสนใจ

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม ฝึกอ่านภาษาอังกฤษเบื้องต้น ควรเลือกเนื้อหาที่เหมาะกับระดับและเป็นเรื่องที่สนใจ เช่น ข่าวสั้น ๆ บทสนทนา อาหาร ท่องเที่ยว เพลง หรือภาพยนตร์ เมื่อเนื้อหาน่าสนใจ จะช่วยให้มีแรงจูงใจและฝึกได้อย่างต่อเนื่อง

2. อ่านภาษาอังกฤษทุกวัน วันละนิดก็ได้

การฝึกภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ

เริ่มจาก 10–15 นาทีต่อวัน แล้วค่อยเพิ่มเวลาเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับการอ่าน สิ่งสำคัญคือเลือกเวลาที่สามารถทำได้จริงและฝึกอย่างต่อเนื่อง

3. ฝึกเดาความหมายจากบริบท ไม่ต้องแปลทุกคำ

เมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ ไม่จำเป็นต้องเปิด Dictionary ทุกคำ ลองอ่านประโยคและบริบทโดยรอบ แล้วเดาความหมายก่อน

หากเป็นคำสำคัญหรือเจอบ่อย ค่อยเปิด Dictionary เพื่อดูความหมายเพิ่มเติม วิธีนี้ช่วยฝึกทั้งการอ่านและการเดาความหมายจากบริบท

4. จดคำศัพท์ที่เจอบ่อยและนำไปใช้จริง

ไม่จำเป็นต้องจดทุกคำ เลือกคำศัพท์หรือวลีที่เจอบ่อยและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันหรือการทำงาน พร้อมจดตัวอย่างประโยคไว้ด้วย เพื่อช่วยให้จำและนำไปใช้ได้จริง

Schedule (สเก-ดูล) = ตารางเวลา / กำหนดการ

  • I need to check my schedule first.

การเรียนรู้คำศัพท์จากประโยคช่วยให้เข้าใจวิธีใช้และนำไปพูดหรือเขียนได้ง่ายขึ้น

5. อ่านออกเสียงเพื่อฝึกทั้งการอ่านและการพูด

การอ่านออกเสียงช่วยเชื่อมทักษะ Reading และ Speaking เข้าด้วยกัน ลองอ่านช้า ๆ สังเกตการออกเสียงและจังหวะ จากนั้นอ่านซ้ำให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น:

Could you give me a moment?
= ขอเวลาฉันสักครู่ได้ไหม

ลองนำประโยคที่เจอไปฝึกพูดในสถานการณ์จริง เพื่อให้คุ้นเคยและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น

6. ฝึกจับใจความแทนการแปลทุกคำ

 

เป้าหมายของการอ่านคือการเข้าใจว่าเนื้อหากำลังพูดถึงอะไร ไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำ ลองถามตัวเองว่า

  • เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร?
  • ใครกำลังทำอะไร?
  • ประเด็นสำคัญคืออะไร?
  • ผู้เขียนต้องการสื่ออะไร?

การฝึกจับใจความจะช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้นและลดความกังวลเมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย

7. เพิ่มระดับความยากทีละขั้น

เมื่ออ่านเนื้อหาระดับเดิมได้คล่องแล้ว ค่อยเพิ่มความยาก เช่น

ระดับเริ่มต้น: ประโยคสั้น ๆ และบทสนทนา

ระดับกลาง: บทความสั้น ข่าว หรือเรื่องราวทั่วไป

ระดับสูงขึ้น: บทความธุรกิจ ข่าวต่างประเทศ หรือเนื้อหาเฉพาะทาง

การเพิ่มระดับทีละขั้นช่วยให้เรียนรู้คำศัพท์และโครงสร้างประโยคใหม่ ๆ โดยไม่รู้สึกว่ายากเกินไป

 

ฝึกอ่านภาษาอังกฤษวันละกี่นาทีถึงจะเห็นผล?

สำหรับผู้เริ่มต้น วันละ 10–15 นาที ก็เพียงพอสำหรับการเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือฝึกอย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างง่าย ๆ

  • สัปดาห์ที่ 1: อ่านวันละ 10 นาที
  • สัปดาห์ที่ 2: เพิ่มเป็นวันละ 15 นาที พร้อมจดคำศัพท์
  • สัปดาห์ที่ 3: อ่าน 15–20 นาที และลองสรุปใจความ
  • หลังจากนั้น: ค่อยเพิ่มระดับความยาก

ไม่จำเป็นต้องรีบอ่านให้เร็ว สิ่งสำคัญคืออ่านแล้วเข้าใจและนำไปใช้ต่อได้

 

ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ควรเริ่มอย่างไร?

 

ถ้ารู้สึกว่า อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก อย่าเพิ่งกดดันตัวเอง เพราะการอ่านเป็นทักษะที่ฝึกได้ โดยเริ่มจาก

  1. ทบทวนคำศัพท์พื้นฐาน
  2. ฝึกอ่านประโยคสั้น ๆ
  3. อ่านออกเสียงควบคู่กัน
  4. เลือกเนื้อหาที่ไม่ยากเกินไป
  5. อ่านซ้ำเพื่อสร้างความคุ้นเคย

หากเจอประโยคที่ไม่เข้าใจ ลองแบ่งประโยคออกเป็นส่วน ๆ และดูบริบทก่อน ไม่จำเป็นต้องแปลทุกคำ

 

ฝึกอ่านภาษาอังกฤษช่วยให้พูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

ช่วยได้ แต่การอ่านอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะการพูดต้องอาศัยการฝึกนำภาษาไปใช้จริงด้วย การอ่านช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ สำนวน และรูปแบบประโยคที่สามารถนำมาปรับใช้ในการสื่อสารได้ เช่น

I'll get back to you shortly. = ฉันจะติดต่อกลับไปเร็ว ๆ นี้

ลองอ่านออกเสียงและนำประโยคที่เจอไปฝึกใช้ในสถานการณ์จริง เช่น การพูดกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนสิ่งที่ “อ่านเข้าใจ” ให้กลายเป็นภาษาที่สามารถนำไปใช้พูดได้

หากต้องการพัฒนาทั้งการอ่านและการพูด ลองฝึกด้วยวิธี อ่าน → ฟัง → พูดตาม → นำไปใช้จริง เพื่อให้คุ้นเคยกับทั้งคำศัพท์ รูปประโยค การออกเสียง และจังหวะของภาษา

 

บทความฝึกภาษาอังกฤษที่น่าสนใจ

5 เทคนิค อ่านภาษาอังกฤษให้เข้าใจเร็วขึ้น!

ฝึกอ่านไว้ไม่มีโป๊ะ กับพยัญชนะ C G H ที่ไม่ต้องออกเสียง!

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝึกอ่านภาษาอังกฤษ

1. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษสำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากเนื้อหาสั้น ๆ ที่มีคำศัพท์พื้นฐานและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่สนใจ เช่น บทสนทนา เรื่องราวในชีวิตประจำวัน หรือบทความสั้น ๆ เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้วจึงค่อยเพิ่มระดับความยาก

2. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษวันละกี่นาทีดี?

เริ่มจากวันละ 10–15 นาที และฝึกอย่างสม่ำเสมอ เมื่ออ่านได้คล่องขึ้นจึงค่อยเพิ่มระยะเวลา

3. อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกควรทำอย่างไร?

เริ่มจากคำศัพท์และประโยคพื้นฐาน เลือกเนื้อหาที่ไม่ยากเกินไป และฝึกอ่านออกเสียง หากเจอคำที่ไม่รู้จัก ลองเดาความหมายจากบริบทก่อน

4. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษช่วยเรื่องการพูดได้ไหม?

ช่วยได้ เพราะการอ่านทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ สำนวน และโครงสร้างประโยค หากอ่านออกเสียงและนำประโยคไปฝึกใช้ ก็ช่วยต่อยอดจากการอ่านไปสู่การพูดได้เช่นกัน

5. มีวิธีฝึกอ่านภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอย่างไร?

อ่านวันละ 10–15 นาที เลือกเนื้อหาที่สนใจ จดคำศัพท์ที่ใช้บ่อย ฝึกจับใจความ และอ่านออกเสียงควบคู่กัน โดยเน้นการฝึกอย่างต่อเนื่อง

ค้นหาคอร์สที่เหมาะกับคุณ
พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี


   หรือ    โทรเลย 02-026-6683