พร้อมทดสอบวัดระดับฟรี
18 VIEWS | 4 MINS READ Thursday 24 / 09 / 2026
อยากรู้ว่าภาษาอังกฤษของคุณอยู่ระดับไหน? การวัดระดับภาษาอังกฤษ ช่วยให้เข้าใจระดับปัจจุบัน จุดแข็ง และทักษะที่ควรพัฒนาต่อ เพื่อวางแผนพัฒนาภาษาอังกฤษให้ตรงเป้าหมาย โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ การประเมินระดับภาษา (เช่น แบบทดสอบของสถาบันสอนภาษา ใช้เวลาไม่นาน เน้นดูภาพรวมทักษะ) และ การสอบภาษาอังกฤษมาตรฐาน อย่าง IELTS, TOEFL หรือ TOEIC ที่ให้คะแนนเป็นทางการสำหรับใช้ยื่นสมัครงานหรือศึกษาต่อ
การรู้ระดับภาษาอังกฤษในปัจจุบันช่วยให้เห็นภาพว่าตัวเองสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้มากน้อยแค่ไหน และควรพัฒนาทักษะใดเพิ่มเติม
การวัดระดับภาษาอังกฤษช่วยให้คุณ
โดยเฉพาะคนวัยทำงาน การมีระดับภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ B1 หรือ B2 ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีในทุกสถานการณ์ เพราะการใช้งานจริงอาจแตกต่างกัน เช่น การประชุม การนำเสนองาน การพูดคุยกับหัวหน้า ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงานต่างชาติ
ดังนั้น นอกจากระดับภาษาแล้ว การดูว่าคุณสามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้ในสถานการณ์จริงได้มากน้อยแค่ไหนก็มีความสำคัญเช่นกัน
การประเมินภาษาอังกฤษของ Globish ครอบคลุมทักษะและองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานภาษาอังกฤษ ได้แก่
การประเมินใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพื่อให้เห็นภาพระดับภาษาอังกฤษในปัจจุบัน โดยรายละเอียดของการประเมินอาจแตกต่างกันตามรูปแบบและช่วงวัยของผู้เรียน
ระดับภาษาอังกฤษไม่ได้สะท้อนจากคะแนนเพียงอย่างเดียว เพราะคนที่มีระดับภาษาใกล้เคียงกันอาจมีจุดแข็งและข้อจำกัดในการใช้งานแตกต่างกัน
นอกจากระดับภาษาแล้ว การประเมินสามารถพิจารณาบริบทการใช้งานภาษาอังกฤษ เช่น
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าควรพัฒนาภาษาอังกฤษด้านใดให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น
สำหรับเด็ก การประเมินสามารถพิจารณาทั้งทักษะภาษาอังกฤษและการสื่อสารผ่านกิจกรรมที่เหมาะกับวัย เพื่อให้เห็นพื้นฐานและระดับการใช้งานภาษาอังกฤษของเด็ก
ผลการวัดระดับไม่ได้มีเพียงตัวเลขหรือชื่อระดับภาษา แต่สามารถใช้ทำความเข้าใจการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองได้มากขึ้น
รู้ระดับภาษาอังกฤษในปัจจุบัน และสามารถนำไปเปรียบเทียบกับกรอบมาตรฐาน เช่น CEFR ได้
เห็นว่าตัวเองมีทักษะด้านใดที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี
รู้ว่าทักษะใดควรให้ความสำคัญเพิ่มเติม เช่น Vocabulary, Listening, Speaking หรือ Grammar
เข้าใจปัญหาที่ทำให้การใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงยังไม่คล่อง เช่น ฟังไม่ทัน คิดคำไม่ออก หรือไม่มั่นใจเวลาพูด
นำผลการประเมินไปใช้กำหนดแนวทางฝึกภาษาอังกฤษให้เหมาะกับระดับ ทักษะ และเป้าหมายของตัวเอง
หนึ่งในกรอบมาตรฐานที่ใช้พูดถึงระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษคือ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งแบ่งระดับความสามารถตั้งแต่ A1 ถึง C2
ทั้งนี้ ระดับ CEFR เป็นกรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษา ไม่ใช่ชื่อของข้อสอบวัดระดับเพียงข้อสอบเดียว
Globish มีการแบ่งระดับภาษาอังกฤษตั้งแต่ Pre-G ถึง G8 เพื่อใช้เป็นกรอบในการประเมินและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของผู้เรียน
ตารางด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบระดับ Globish กับกรอบ CEFR รวมถึงช่วงคะแนนของการสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำความเข้าใจระดับภาษา
หมายเหตุ: การเทียบคะแนน IELTS, TOEFL และ TOEIC กับระดับภาษาอังกฤษเป็นข้อมูลสำหรับใช้อ้างอิงโดยประมาณ ไม่ควรถือว่าเป็นคะแนนที่เทียบเท่ากันโดยตรง เนื่องจากแต่ละการสอบมีรูปแบบการทดสอบ ทักษะที่วัด และเกณฑ์การประเมินแตกต่างกัน
รู้ระดับ CEFR ของตัวเองแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเรียนอีกนานแค่ไหนถึงจะขยับระดับได้? ลองอ่านเรียนภาษาอังกฤษกี่ชั่วโมงถึงเก่ง? คำตอบจาก CEFR และ Cambridge English ประกอบ
คำว่า “วัดระดับภาษาอังกฤษ” อาจหมายถึงทั้งการประเมินระดับภาษาเพื่อดูความสามารถในปัจจุบัน และการสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานที่นำผลคะแนนไปใช้ตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ
CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เป็นกรอบมาตรฐานที่ใช้แบ่งระดับความสามารถทางภาษา ตั้งแต่ A1 ถึง C2
CEFR ไม่ใช่ข้อสอบ แต่เป็นกรอบอ้างอิงที่สามารถใช้บอกระดับความสามารถทางภาษาได้
IELTS (International English Language Testing System) เป็นการสอบภาษาอังกฤษที่ประเมิน 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking
IELTS มีรูปแบบหลัก เช่น Academic และ General Training โดยคะแนนอยู่ในระบบ Band Score ตั้งแต่ 0–9 และการนำคะแนนไปใช้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถาบันหรือองค์กรที่ผู้สอบต้องการยื่นคะแนน
TOEFL (Test of English as a Foreign Language) เป็นการสอบภาษาอังกฤษที่เน้นการใช้งานในบริบททางการศึกษา โดยประเมินทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
คะแนนและรูปแบบการสอบอาจแตกต่างกันตามประเภทของการสอบและช่วงเวลาที่สอบ จึงควรตรวจสอบเกณฑ์ของสถาบันที่ต้องการยื่นคะแนนโดยตรง
TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารในบริบทการทำงานและธุรกิจ
TOEIC มีการสอบหลายรูปแบบ โดยการเลือกสอบควรพิจารณาว่าหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการนำคะแนนไปใช้กำหนดให้ใช้การสอบส่วนใด
ดังนั้น หากต้องการ รู้ว่าภาษาอังกฤษของตัวเองอยู่ระดับไหน การวัดระดับภาษาอังกฤษสามารถช่วยประเมินความสามารถในปัจจุบันได้
แต่หากต้องการ คะแนนเพื่อยื่นมหาวิทยาลัย สมัครงาน หรือใช้ตามข้อกำหนดขององค์กร ควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานนั้นกำหนดให้ใช้คะแนนจากการสอบประเภทใด
แม้ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับการประเมินภาษาอังกฤษ แต่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
การวัดระดับภาษาอังกฤษ
เหมาะสำหรับการทำความเข้าใจความสามารถทางภาษาอังกฤษในปัจจุบัน เช่น อยู่ในระดับใด มีจุดแข็งด้านไหน และควรพัฒนาทักษะใดต่อ
การสอบ IELTS, TOEFL หรือ TOEIC
เป็นการสอบมาตรฐานที่ออกแบบตามระบบของแต่ละการสอบ และมักใช้คะแนนเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การศึกษา การทำงาน หรือการยื่นตามข้อกำหนดขององค์กร
ความต่างหลักคือ การสอบ IELTS, TOEFL หรือ TOEIC ให้ผลเป็นคะแนนหรือใบรับรองที่นำไปยื่นตามข้อกำหนดของหน่วยงานได้ ดังนั้น การวัดระดับภาษาอังกฤษจึงไม่จำเป็นต้องเท่ากับการสอบ
การวัดระดับภาษาอังกฤษเหมาะกับคนที่ต้องการ
เมื่อรู้ระดับภาษาอังกฤษแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำผลที่ได้มาดูร่วมกับเป้าหมายของตัวเอง
ตัวอย่างเช่น
การรู้ระดับจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการกำหนดทิศทางการพัฒนาภาษาอังกฤษให้ชัดเจนขึ้น
การวัดระดับภาษาอังกฤษคือการประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อดูระดับปัจจุบัน จุดแข็ง และทักษะที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม
การประเมินของ Globish ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ทั้งนี้รายละเอียดของการประเมินอาจแตกต่างกันตามรูปแบบและช่วงวัยของผู้เรียน
ผลการประเมินสามารถนำมาใช้ประกอบการทำความเข้าใจระดับภาษาและเปรียบเทียบกับกรอบ CEFR ได้ โดยควรพิจารณาร่วมกับทักษะการใช้งานจริง
CEFR เป็นกรอบอ้างอิงระดับความสามารถทางภาษา ส่วน IELTS เป็นการสอบภาษาอังกฤษมาตรฐานที่ให้ผลเป็นคะแนน Band Score
ไม่จำเป็น หากจุดประสงค์คือการประเมินระดับภาษาอังกฤษในปัจจุบัน สามารถใช้แบบทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอบ IELTS หรือ TOEIC ก่อน
ไม่มีระดับเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะระดับที่ต้องการขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เช่น การใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน การเรียนต่อ หรือการสอบ สิ่งสำคัญคือรู้ระดับปัจจุบันและนำผลไปกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้เหมาะกับการใช้งานของตัวเอง
นอกจากรู้ระดับภาษาอังกฤษของตัวเองแล้ว การเลือกสถาบันหรือคอร์สเรียนที่เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองดู ค่าเรียนภาษาอังกฤษ ประกอบ พร้อมอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เรียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี แนะนำ 5 สถาบัน ปี2026